ความแตกต่างของการทำนา ระหว่างอดีตและปัจจุบัน

ความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบัน

จุดเด่น 

1.แรงงานจากควายและคนไม่สิ้นเปลืองมาก

2.มีความสามัคคีสูงในกลุ่มเกษตรกร-ชีวิตไม่ดิ้นรนมากเกินเหตุ

3.มีเวลาว่างมาด้อยงงานคนและควายทำงานได้ช้า

4.เกษตรกรขาดความภาคภูมิใจในอาชีพของตน

5.เกษตรกรขาดความรู้ ไม่มีความมั่นใจในการแสวงหาความรู้ เพื่อพัฒนาอาชีพตน

โอกาส

1.พื้นดิวามอุดมสมบูรณ์สูง

2.ฝนตกตามฤดูกาลคาดการณ์ได้

3.เกษตรกรได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านสูง

อุปสรรค์ 

1.มีการสนับสนุนจากภาครัฐน้อย-ดินมีความเค็มสูง

2.เกษตรกรถูกมองว่าเป็นคนชั้นต่ำปัจจุบัน

จุดเด่น

1.แรงงานจากเครื่องจักรทำงานได้เร็ว

2.สารเคมีที่ใช้ในการทำนาให้ผลต่อข้าวเร็ว

3.มีแหล่งน้ำที่ขุดลอกเพื่อเก็บน้ำเพิ่มมากขึ้น

จุดด้อย 

1.มีการลงทุนสูง ไม่คุ้มค่าลงทุนในการทำนา

2.ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ และมีสารพิษสูง

3.ดินมีความเค็มสูง-ที่ดินทำกินถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของนายทุน

4.ไม่มีความภาพภูมิใจในอาชีพตน-เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพ

5.มีอัตราการย้ายถิ่นฐานไปทำมาหากินต่างถิ่นสูง

6.วิถีชีวิตมีการดิ้นรนสูงขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น

โอกาส 

1.ได้รับความรู้จากภาครัฐเพิ่มขึ้น

2.การคมนาคมสะดวกขึ้น

อุปสรรค์ 

1.ฝนไม่ตกตามฤดูกาล คาดการได้ยาก

2.รายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย

3.แหล่งเงินทุนนอกระบบมีอัตราดอกเบี้ยสูง

4.มีนายทุนผู้มีที่ดินส่วนจำนวนมาก เข้ามาอาศัยเป็นประชากรแฝงที่ไม่ให้ความร่วมมือในกิจกรรมใดๆ ของหมู่บ้าน

5.เกษตรกรถูกมองว่าเป็นคนชั้นต่ำ

สรุป

การทำนาของเกษตรกรบ้านหัวถนนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ยังเป็นอาชีพที่เกษตรกรยังไม่ภาคภูมิใจในอาชีพของตนเอง

การทำนายังทำกันแบบขาดการพัฒนาความรู้ การให้การสนับสนุนจากภาครัฐไม่ต่อเนื่องและไม่แสดงผลชัดเจนทำให้

เกษตรกรเกิดความรู้สึกขาดที่พึ่ง ยิ่งเงินทุนที่ใช้ในการประกอบอาชีพทำนาสูงขึ้น และต้องใช้จำนวนมากขึ้น ผลผลิตที่ได้ไม่

เคยพอเพียงกับรายจ่าย ทำให้เกษตรกรเบื่อหน่ายต่อการทำนา ที่ยังทำกันอยู่ส่วนใหญ่เพราะไม่มีอาชีพอื่น เทคโนโลยีใหม่ที่

เกษตรกรใช้ในการทำนา แม้จะทำให้เกษตรได้รับความสะดวกมากขึ้น แต่ก็ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น รายได้ที่ได้สูงขึ้นก็เป็นเพียงแค่จำนวนเงินมากขึ้น แต่ข้าวของก็ราคาสูงขึ้นไปตามรายได้

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปจากอยู่อย่างพอเพียงในอดีตกลายเป็นดิ้นรน เอาเงินเป็นมาตรฐานในการตัดสินความเจริญของแต่ละคน

ทำให้เกิดการขาดความสามัคคีในหมู่บ้าน มีการคอรัปชั่นตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับผู้บริหาร ประชาชนในหมู่บ้านแบ่งเป็น

พรรคพวกไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน คนที่ด้อยโอกาสส่วนใหญ่จะไม่ขวนขวายกลับเป็นคนติดเหล้า เป็นคนเกียจคร้าน

แม้คนที่เคยมีโอกาสก็หลงไปกับการพัฒนาที่รวดเร็ว ต้องการมีรถมอเตอร์ไซต์ มีรถปิ๊คอัพโดยไม่มีความจำเป็นในการประกอบ

อาชีพรองรับ จึงขายทีดินทำกินซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้แล้วบริหารไม่ได้กลายเป็นหนี้สิน หมดที่ทำกิน

โอกาสที่จะให้เกษตรกรได้รับการพัฒนาต้องอาศัยความสนับสนุนอย่างจริงจังทั้งทางด้านการศึกษาและเงินทุนจากภาครัฐ

การศึกษาควรเป็นการศึกษาที่ผู้ศึกษาสามารถนำกลับไปใช้ในท้องถิ่นได้ เงินสนับสนุนจากภาครัฐควรจะเป็นเงินให้ที่มีดอก

เบี้ยต่ำหรือไม่มีดอกเบี้ยเน้นไปเพื่อให้เกษตรกรเกิดความภาคภูมิใจในอาชีพตน สามารถเลี้ยงตนเองได้ ไม่เน้นการส่งเสริมการ

วัดค่าความสุขของประชาชนด้วยเงินรายได้ ปัญหาสำคัญของเกษตรกรคือปัญหาความอยากจน กับการขาดการศึกษา หาก

สามารถพัฒนาได้อย่างรอบครอบครบวงจรจนทำให้เกษตรกรเกิดวามภาคภูมิใจในอาชีพตน สามารถกำหนดราคาสินค้าของตนได้ เลี้ยงตัวเองได้

เขียนข่าวโดย นายเกษตร,http://kaset-lifestyle.com, http://conankung.com/ความแตกต่างของการทำนา-ร/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *