สูตรกล้วยปิ้ง พร้อมวิธีทำน้ำราด สูตรเด็ด อร่อยเหาะ ทำขายได้สบายๆ

Loading...

สูตรกล้วยปิ้ง พร้อมวิธีทำน้ำราด สูตรเด็ด

วิธีการเลือกกล้วย
สำหรับเทคนิคการดูกล้วย ว่าจะเอาแบบไหน สายพันธุ์อะไรมาปิ้ง แล้วอร่อยนั้น คือ กล้วยที่ไส้ในมีสีเหลือง ไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนก็มักจะอร่อย และที่สำคัญคนขายจะต้องเข้าใจ และรู้จักด้วยว่ากล้วยมีกี่ชนิด มีสายพันธุ์อะไรบ้าง ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้จัดเตรียมกล้วยได้ถูกจังหวะเวลาให้เหมาะสมที่จะเอามา ปิ้งขาย

Loading...

กล้วยที่ต้องระวัง ก็คือกล้วยเหลี่ยม หรือกล้วยที่ยังไม่แก่ดี มันจะให้รสชาติที่ไม่อร่อย เวลาปิ้งขอบมันจะดำ สีไม่สวย ปิ้งไม่ดีก็เสียของและไม่อร่อย

กล้วยสีกะดังงา คือ กล้วยที่มีสีเขียวแซมบริเวณปลายและตรงโคนมีสีเหลือง หรือที่เรียกว่ากล้วยกำลังห่ามนั่นเอง

กล้วยสีเหลือง คือ กล้วยที่สุกงอมคือพร้อมเละแล้ว เวลาเสียบไม้จะไม่ทรงตัวทำให้หล่นและหลุดออกจากไม้ ส่วนมากกล้วยที่นำมาทำกล้วยปิ้งจะนิยมเลือกใช้กล้วยสีกะดังงา เพราะรสชาติกำลังอร่อยพอเหมาะ อีกทั้งยังง่ายต่อการย่างไฟอีกด้วย

วิธีการปลอกกล้วย

-สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือ มีดปลายแหลมด้ามเล็ก และถุงมือพลาสติก

-เริ่มจากการตัดหัวท้ายของผลกล้วยทั้งสองข้างทิ้ง

-กรีดลงมาเป็นแนวยาวเส้นเดียว

-หลังจากนั้นก็ลอกเปลือกกล้วยออกได้เลย

-วิธีการคุมไฟให้พอเหมาะกับการย่างกล้วย

-เตาถ่านแบบดั้งเดิม ให้ความหอม มีความร้อนระอุทั้งวัน และเตาถ่านจะให้ความหอมที่เป็นเอกลักษณ์มากกว่าการใช้เตาปิ้งแบบใช้แก๊ส แม้ว่าเตาถ่านจะควบคุมความร้อนได้ยากไปหน่อย แต่จะทำให้กล้วยปิ้งอร่อย

วิธีคือ ย่างในเตาถ่านอย่างไฟแรงปกติ ให้ตักขี้เถ้าเททับลงไปในเตา เพื่อลดระดับความแรงของไฟ และลองนำมือมาผึ่งดูบริเวณหน้าเตาว่ารู้สึกร้อนมากรึเปล่าหากยังรู้สึกร้อน มากให้ตักขี้เถ้าเททับอีกรอบนึง รอ ให้ความร้อนอยู่ในระดับพอดีไม่ร้อนมาก หากเราลองนำมือมาผึ่งไว้ได้ประมาณ 10 วินาที โดยไม่รู้สึกร้อนมาก ก็สามารถนำกล้วยที่เสียบไม้ไว้แล้วนำมาย่างได้เลยค่ะ

เคล็ดลับสำคัญในการทำ กล้วยปิ้ง และน้ำราด ให้อร่อย
การเลือกกล้วย ต้องใช้ กล้วยน้ำว้า ที่มีสีเหลืองอ่อนๆ ไม่เข้มมาก คือไม่สุกเกินไป กำลังดี โดยสังเกตง่ายๆ สีจะเหลืองอ่อนๆ มีเหลี่ยมเหลือนิดๆ ถ้ามีเหลี่ยมมากไป แสดงว่า ยังไม่สุกดี แต่ถ้าไม่มีเหลี่ยมเหลือเลย แสดงว่า สุกมากไป ต้องเอาที่มีเหลี่ยมเหลือนิดๆ ก็พอ เพื่อให้รสชาติออกมาอร่อย บางที่เล่นใช้กล้วยดิบ แบบนั้นยังไงก็ไม่อร่อยหรอกครับ เอาต้องเกือบสุก ถึงจะกำลังดี
การทาเกลือที่กล้วยนิด หน่อย อย่าทาจนชุ่มนะครับ มันจะเค็มเกินไป เอาแค่ทั่วๆ บางๆ ก็พอ แล้วเอาไปปิ๊งอีกครั้งหนึ่ง ก็เพื่อลดความหวาน ของรสชาติโดยรวม เมื่อราดน้ำหวานแล้ว รสชาติมันจะได้ ไม่หวานแหลม จนเกินไป จนเลี่ยน จึงเอาเค็มมาตัดนิดๆ ทำให้คนทาน เจริญอาหารมากขึ้น
สิ่งที่จะทำให้เมนูนี้ โดดเด่น กว่าร้านอื่น หรือแตกต่าง กว่าทุกที่ ก็อยู่ตรงที่น้ำราด ซึ่งหัวใจหลัก ก็อยู่ที่ น้ำตาลปิ๊บ และน้ำตาลตโนด มันขึ้นอยู่กับว่า ท่านจะหา และเลือกใช้ของดี ที่หอม และมีคุณภาพแค่ไหน ถ้าท่านเจอแหล่งที่ทำแบบ ธรรมชาติ และหอมดีจริงๆ รับรองว่า ทำยังไงออกมา ก็อร่อยครับ แต่ถ้าท่านเลือกใช้ ของตลาดทั่วๆ ไป ท่านก็ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าทำน้ำราดออกมาแล้ว ยังรู้สึกว่า มันขาดอะไรไปอยู่ เพราะรสชาติแบบนี้แหละครับ ที่ผมเรียกว่า “มันยังไปได้ไม่สุด” ซึ่งสาเหตุ ก็มาจาก เรายังใช้วัตถุดิบ ที่ไม่ดีพอนั่นเอง ถ้าทำขาย ผมแนะนำให้เลือกใช้ ของดีๆ จากสวน เลยครับ จะหอม หวาน อร่อยที่สุด

วัตถุดิบสำคัญ

-น้ำตาลตโนด

-น้ำตาลทรายขาว

-น้ำตาลทรายแดง

-เกลือ (เอาเกลือมาละลายน้ำ )

-หัวกะทิ

-ใบเตย

-กล้วยน้ำว้าเปลือกบาง ไม่สุกมาก

วิธีทำ กล้วยปิ้ง และสูตรน้ำราด

1.เริ่มต้นด้วยการทำ น้ำราด กันก่อนเลยครับ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลัก ของความอร่อย ซึ่งจะใช้ น้ำตาลปิ๊บ 3 ส่วน น้ำตาลตโนด 1 ส่วน น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลทรายขาว อีกอย่างละ 1 ส่วน ใส่ลงไปในหม้อ

2.เท่านั้นยังไม่พอนะครับ ยังต้องใส่ เกลือลงไป อีกเกือบๆ 1 ส่วน เพื่อช่วยตัดหวาน ไม่ให้มันหวานแหลม จนเกินไป

3.เตรียมหัวกะทิ โดยใช้เพียง 3 ใน 4 ส่วนเท่านั้น โดยใส่ผสมลงไป ในหม้อที่มีน้ำตาล ใส่รอไว้อยู่แล้วก่อนหน้านี้ โดยเก็บอีก 1 ส่วนเอาไว้ ใส่ทีหลัง ตอนที่เคี่ยวน้ำราด พร้อมกับใบเตย

4.เมื่อใส่ทุกอย่าง ที่กล่าวมาแล้วลงไปในหม้อเรียบร้อย ก็ติดไฟ เอาหม้อขึ้นไปตั้งได้เลยครับ ใช้ไฟอ่อนๆ นะครับ

5.ค่อยๆ คนให้ทุกอย่าง ละลาย และเข้ากัน ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที ทุกอย่างจะเข้ากันเป็นอย่างดีครับ

6.พอทุกอย่างเข้ากันแล้ว ก็เอาใบเตย ที่ล้าง ทำความสะอาดแล้ว ใส่ลงไปได้เลย

7.ใส่กะทิ ที่เหลืออีก 1 ส่วน ลงไป

8.คนทุกอย่างให้เข้ากัน คนไปเรื่อยๆ ประมาณ 30 – 40 นาที ก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ

9.ขั้นตอนต่อไป เป็นการเตรียมเตาถ่าน การปิ้งกล้วย ต้องใช้เตาถ่านเท่านั้น ซึ่งต้องใช้ไฟอ่อนถึงปานกลาง ต้องมีการเกลี่ยถ่าน ให้เสมอกัน และอัดให้แน่นๆ ทั่วทั้งเตาปิ้งนะครับ เพื่อให้มีความร้อนคงที่ เท่ากันตลอดทั้งเตา ทุกๆ จุด อันนี้สำคัญนะครับ ถ้าไม่พิถีพิถันตรงนี้ ก็จะทำให้ กล้วยสุกไม่เท่ากัน ไหม้บ้าง ดิบบ้าง แย่เลยนะครับ

10.ต่อไปก็เป็นขั้นตอน การเลือกกล้วย กล้วยที่นำมาใช้ ต้องเป็น กล้วยน้ำว้าสวน ที่สีเหลืองอ่อนๆ ลูกกลมๆ มีเหลี่ยมเหลือนิดๆ กำลังดี

11.เอากล้วยมาปอก และเสียบไม้ นำขึ้นไปปิ้ง เป็นครั้งที่ 1

12.ปิ้งไปเรื่อยๆ และกลับตลอดเวลา อย่าปล่อยทิ้งนะครับ เพื่อให้มันได้รับความร้อน อย่างทั่วถึง

13.พอปิ้งจนเหลืองนวลแล้ว จึงนำขึ้นมา ทุบๆ ให้แบนๆ

14.จากนั้นนำไปทาด้วย น้ำเกลือ

15.นำกลับไปปิ้งอีก เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้น้ำเกลือแห้ง ติดที่ผิวกล้วย

16.รอจนเกลือแห้ง ติดผิวกล้วย จากนั้น นำขึ้นมา ราดด้วย น้ำราด ที่เราเคี่ยวเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ราดให้ฉ่ำๆ แล้วปล่อยให้สะเด็ดน้ำ แล้วเอากลับไปปิ้งอีก เป็นครั้งที่ 3 เพื่อให้ความหวานติดผิวกล้วย

17.ปิ้งไปอีกสักพัก จนน้ำตาลเดือด และเคลือบผิวกล้วยเรียบร้อยแล้ว ก็นำเอามา ตัดเป็นชิ้น แล้วราดด้วย น้ำราดอีกที เป็นอันเสร็จแล้วครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก foodtep.com , http://farmingcool.com

ภาพจาอินเตอร์เนต

Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *