หนุ่มล้มสวนยาง “ปลูกแตงโมไร้เมล็ด” ในกระถาง 65 วันส่งขายได้ ส่งออกต่างประเทศ รายได้หลักล้าน

แตงโมไร้เมล็ด ของเกาะแก้วฟาร์ม ที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ของ “นายภัคพล ชีววัฒน์” เป็นที่รู้จักกันมาระยะหนึ่ง เนื่องมาจากฟาร์มแห่งนี้ เป็นแห่งแรกๆ ที่สามารถปลูกแตงโมรูปหัวใจ แตงโมสี่เหลี่ยม ก่อนจะมาประสบความสำเร็จกับแตงโมไร้เมล็ด

นายภัคพล เล่าถึง การปลูกแตงโมไร้เมล็ดในครั้งนี้ เกิดขึ้นมาจาก เดิมเป็นพ่อค้าขายแตงโม โดยรับแตงโม มาจากสวนแตงคุณภาพ รสชาติดี จากจังหวัดนครพนม ซึ่งขายดีมากจนไม่พอขาย เกิดความคิดถ้าอย่างนั้นทำไมเราไม่ปลูกเอง จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีแตงโมขาย โดยได้ลองไปซื้อเมล็ดพันธุ์ แตงโมไร้เมล็ดมาเพาะเองก่อน ปรากฏว่า เมล็ดที่ซื้อมาไม่งอก เพราะทำผิดวิธี เลยไปขอคำปรึกษา จากผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการปรับปรุงเมล็ดพันธุ์แตงโม ของ สถานีวิจัยซินเจนทา ซึ่งเป็นบริษัทผู้จัดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ โดยได้รับคำปรึกษา ตั้งแต่เริ่มเพาะเมล็ดไปจนถึงได้ผลแตงโมออกจำหน่าย

แตงโม ที่ปลูกนอกโรงเรือน

โดยพื้นที่ในการปลูกนั้น เดิมปลูกยางพารามาก่อน และได้ตัดต้นยางพาราทิ้งทั้งหมด ซึ่ง “คุณภัคพล” บอกว่า ตอนโค่นต้นยางทิ้ง ไม่มีใครเห็นด้วยกับความคิดของตนเอง ทุกคนมองว่า แตงโม ราคาไม่กี่บาท จะทำเงินได้อย่างไร คนแถวนั้น คิดว่าเราบ้า เพราะปลูกยางมาจนสามารถกรีดน้ำยางได้แล้ว แต่ตัดทิ้งมาปลูกแตงโม ซึ่งตอนนั้น คิดแค่ว่า แตงโมเป็นสิ่งที่คนอีสานนิยมกินกัน เพราะอากาศในภาคอีสานเวลาหน้าร้อน ร้อนมาก ผลไม้ที่เหมาะน่าจะเป็นแตงโม

นายภัคพล ชีววัฒน์ เจ้าของเกาะแก้วฟาร์ม

สำหรับการปลูกแตงโมไร้เมล็ด ของ เกาะแก้วฟาร์มแห่งนี้ ใช้พื้นที่ในการปลูก แบ่งเป็นปลูกในโรงเรือน 2 ไร่ โรงเรือนละ 500 ต้น 2โรงเรือนประมาณ 1,000 ต้น ผลผลิตประมาณ 2,500 กิโลกรัมต่อการปลูก 1 รอบ ระยะเวลาในการปลูกต่อรอบประมาณ 2-3 เดือน ซึ่ง 1 ปีจะปลูกได้ 3 รอบ(เพราะต้องมีการพักดิน) ดังนั้น 1 ปีจะได้ผลผลิตประมาณ 7,500 กิโลกรัม ราคาขายหน้าสวน กิโลกรัมละ 40 บาท ต่อปี มีรายได้ประมาณ 300,000 บาท

ทั้งนี้ การปลูกในโรงเรือนมีข้อเสีย คือ แตงโมไม่ได้รับแสงแดดเต็มที่ ทำให้เติบโตได้ไม่ดีเท่ากับการปลูกกลางแจ้ง โดยเฉลี่ยแตงโมในโรงเรือน จะหนักประมาณลูกละ 3-6 กิโลกรัม ส่วนข้อดี คือ สามารถป้องกันแมลง ที่จะมากัดกินได้ ทำให้ไม่ต้องใช้สารเคมีในการฉีดพ่นฆ่าแมลง และลักษณะรูปทรงของแตงโมสวยงาม ไม่บิดเบี้ยว แต่แตงโมมีน้ำหนักมาก ก็ต้องมีตัวช่วยเป็นถุงตาข่ายช่วยอุ้ม ส่วนรสชาติดีกว่า หวานกว่า และยังสามารถกำหนดขนาดรูปทรงของแตงโมได้ เช่น รูปหัวใจ หรือ สี่เหลี่ยม ฯลฯ

“การปลูกแตงโมในโรงเรือน ผมมาทำที่หลัง เพราะตอนผมเพิ่มปลูกแตงโมครั้งแรก ปลูกนอกโรงเรือน โดยมีการทำโรงเรือนปลูกเมล่อน ควบคู่กันไป แต่การปลูกเมล่อนผลผลิตขายยาก ก็เลยเลิกปลูกเมล่อน และเอาแตงโมมาปลูกในโรงเรือน แทน ซึ่งก็เป็นความคิดที่ถูก เพราะแตงโมขายง่าย และพอปลูกแบบปลอดสารทำให้ขายง่ายและได้ราคาสูง กว่าแตงโมปลูกแบบใช้ยาฆ่าแมลง และที่ฟาร์ม เกาะแก้ว ของเรายังได้ร่วมกับกระทรวงเกษตร ฯ

ทำมาตรฐาน GAP มีเกษตรกรเข้าร่วมเป็นเครือข่ายมาตรฐาน GAP จำนวน 20 ราย พื้นที่ปลูกแตงโมระบบปิดตามมาตรฐาน GAP ประมาณ 100 ไร่

และการได้มาตรฐาน GAP ช่วยยกระดับผลผลิตแตงโม ให้สามารถขยายตลาดเข้าไปขายในห้างสรรพสินค้า และส่งออกไปต่างประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันผลผลิตแตงโม ของเราส่งขายใน ท็อปซุปเปอร์มาร์เก็ต”

ส่วนพื้นที่ปลูกนอกโรงเรือน มีจำนวน 2 ไร่ ผลผลิตที่ได้ประมาณ 3,000-4,000 กิโลกรัม ต่อรอบ ปีหนึ่งปลูก 3 รอบได้ผลผลิตประมาณ 10,000 กิโลกรัม ข้อดีการปลูกแตงโมกลางแจ้ง คือ ช่วยประหยัดต้นทุนด้านโรงเรือน ขั้นตอนการปลูกไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องลงกระถาง ไม่ต้องทำไม้ค้ำ และให้ผลผลิตมากกว่า เพราะอยู่กลางแจ้ง ได้แดดเต็มที่ แต่ต้องคอยระวังเรื่องแมลง และเชื้อโรค มาตามธรรมชาติ โดยใช้วิธีการพ่นยา ตั้งแต่ต้นแตงโมยังไม่โต ปัญหา การปลูกกลางแจ้ง ในดิน คือ ผลแตงโมที่ออกมารูปทรงไม่สวย บางลูกบิดเบี้ยว แต่ให้ผลที่ใหญ่กว่า เคยใหญ่สุดถึง ลูกละ 12 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นแตงโมที่ขายทั่วไป ก็จะกำหนดแตงโมไม่ใหญ่มาก คือ ลูกละ 3-4 กิโลกรัม เท่านั้น ต้นทุนการปลูกแตงโม ถ้าปลูกในโรงเรือน 2 โรงประมาณ 3-4 แสนบาท ถ้าปลูกนอกโรงเรือน ต้นทุนต่อไร่ประมาณ 30,000 บาท

“คุณภัคพล” บอกว่า การปลูกแตงโมไร้เมล็ด ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกันหลายแห่ง แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มีใครปลูกแบบปลอดสาร เนื่องจากยังมีแมลง และโรคต่างๆ ทำให้ต้องฉีด พ่นยา ฆ่าแมลง ทำให้ราคาผลผลิตที่ขายกันทั่วไป ไม่เกินกิโลกรัมละ 25 บาท ที่สำคัญคือ ราคาผันผวนมาก ในขณะที่แตงโมจากที่เกาะแก้วฟาร์ม ของเรา ได้มาตรฐาน GAP ทำให้สามารถกำหนดราคาได้ และลูกค้าจะเดินทางมาซื้อถึงหน้าสวนไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ปลูกแตงโม แตงโมจากสวนขายราคาเดียว คือ กิโลกรัมละ 40 บาท มาตลอด ไม่ได้ขึ้นลง เหมือนกับแตงโมที่ขายทั่วไป ส่วนสายพันธุ์ แตงโมไร้เมล็ด ของเกาะแก้วฟาร์ม แห่งนี้ ใช้แตงโมสายพันธุ์ญี่ปุ่นชื่อ แฮปปี้ แฟมิลี่

ขั้นตอนการปลูกแตงโมไร้เมล็ด เริ่มจากเพาะเมล็ดบนถาดเพาะ ใช้วัสดุเพาะกล้า บ่มไว้ 3 วัน จนมีรากงอก แล้วเปิดผ้าออก รดน้ำให้รากงอกยาวขึ้น จนกล้าอายุ 15 วัน จึงย้ายไปลงแปลงปลูก

หลังจากนั้น เตรียมดินร่วนปนทราย หากปลูกในโรงเรือน ให้ย้ายลงปลูกในกระถาง วางกระถางระยะ 50×50 เซนติเมตร (โรงเรือน ขนาด 10×20 เมตร) จะได้แตงโม 500 ต้น โดย 400 ต้น จะเป็นแตงโมพันธุ์แฮปปี้แฟมิลี่ อีก 100 ต้น เป็นตอร์ปิโด เพื่อใช้เป็นเกสรผสมดอกพันธุ์ไร้เมล็ด

หากเป็นพื้นที่นอกโรงเรือน 1 ไร่ จะปลูกได้ 1,000 ต้น มีแตงโมตอร์ปิโด 300 : 700 ต้น เตรียมดินนอกโรงเรือน ไถปรับสภาพ ทิ้งไว้ 7 วัน ไถปั่นดินให้ละเอียด แล้วตีแปลงยกร่อง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์รองพื้นช่วยบำรุงธาตุอาหาร ไม่นิยมใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ เพราะมักมีเชื้อราเยอะ

ในช่วงย้ายมาปลูกในแปลงปลูก ควรให้สารเคมีช่วยกำจัดเพลี้ยไฟระยะอนุบาล ฉีดพ่น 5 วันครั้ง, 10 วันครั้ง, 15 วันครั้ง คอยดูแลควบคุมโรคและแมลงระยะอนุบาล ตามการสังเกต และการให้น้ำแบบหยด เช้า เที่ยง เย็น ช่วงละ 5 นาที ทุกวัน/สำหรับการให้น้ำนอกโรงเรือน สามารถใช้น้ำระบบพุ่งหรือน้ำหยดลงดินได้โดยตรง

และระยะ 25-30 วัน ให้ผสมเกสรตัวผู้จากแตงโมตอร์ปิโด พันธุ์โบอิ้ง 787 (การผสมข้ามสายพันธุ์ จะทำให้ผลผลิตแตงโมที่ได้ไร้เมล็ด) ทำตาข่ายเสริมแขวนลูก ตั้งแต่ลูกแตงโมขนาดเท่ากำปั้นเพื่อพยุงไม่ให้หล่น หากมีน้ำหนักมาก เก็บผลผลิตได้ ตอนแตงโมอายุ 45-55 วัน

“คุณภัคพล” ได้ฝากทิ้งท้ายไว้สำหรับเกษตรกร ว่า สิ่งสำคัญในการทำการเกษตร คือ การปลูกผลผลิตที่มีคุณภาพ และปลอดสารและ ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค และหัวใจสำคัญ คือ การศึกษาหาข้อมูลด้านตลาด ถ้าเราปลูกอะไร และจะมีช่องทางการตลาดขายให้ใคร อย่างไรบ้าง สามารถนำมาแปรรูป เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเราได้อย่างไร อย่างที่เกาะแก้วฟาร์ม มีแปรรูปทำน้ำแตงโม ขายได้ทั้งปี ในราคาขวดละ 25 บาท สนใจโทร. 08-1661-5716

ข้อมูลและภาพจาก mgronline , http://www.liekr.com/post04194091000071

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *