เรื่อง…อยากไปนิพพาน (หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ)

นิพพาน

คำที่เราอาจเคยได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ บางคนก็รู้ความหมายบางคนก็อาจจะยังไม่รู้ จริงๆแล้วนิพพานเป็นคำที่ใช้กันในปรัชญาหลายระบบในอินเดีย โดยใช้ในความหมายของการหลุดพ้น แต่การอธิบายเกี่ยวกับสภาวะของนิพพานนั้นแตกต่างกันออกไป ในปรัชญาอุปนิษัทเชื่อว่านิพพานหรือโมกษะ คือการที่อาตมันย่อยหรือชีวาตมันเข้ารวมเป็นเอกภาพกับพรหมัน

แต่ในพระพุทธศาสนาอธิบายว่า นิพพานคือการหลุดพ้นจากอวิชชา ตัณหา ซึ่งแสดงออกในรูปของโลภะ โทสะ และโมหะ มิได้หมายความว่าเป็นการหลุดพ้นของอัตตาหรือตัวตนในโลกนี้ ไปสู่สภาวะของนิพพานอย่างคำสอนอุปนิษัท แต่หมายถึงความดับสนิทแห่งความเร่าร้อนและเครื่องผูกพันร้อยรัดทั้งปวง ซึ่งเรียกว่าเป็นความทุกข์

ผู้ที่มากราบนมัสการหลวงปู่หลายๆคน มาถึงก็แจ้งความประสงค์กับหลวงปู่ ปรารถนาไม่เกิดอยากไปนิพพานในชาตินี้จะได้พ้นทุกข์ บางคนก็ตั้งเจตนาจริง บางคนก็พูดไปอย่างนั้นหลวงปู่เคยให้ข้อคิด สำหรับคนที่ไม่ตั้งใจจริงเหมือนคำพูดที่ปรารถนา“อยากไปนิพพานแต่ศีล ๕ ยังรักษาไม่ได้ จะไปได้อย่างไร”

“วันนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งมากราบข้า บอกว่าจะไปนิพพาน ข้าไม่พูดแต่มองดูปากยังแดงแจ๋หัวตะพานจะไปถึงหรือเปล่า ” (หัวตะพานในความหมายของหลวงปู่คือโสดาบัน คือถ้ามาถึงโสดาบันก็คงต้องพยายามจะข้ามสะพานเพื่อให้ถึงฝากที่หวัง)

ดังนั้นหลวงปู่จึงสอนพวกเราทั้งหลาย เมื่อตั้งสิ่งใดแล้วต้องทำหรือปฏิบัติจึงจะสมปรารถนาหลวงปู่ทวดกล่าวว่า“การปฏิบัติ จะตัดภพชาติให้สั้นลงทีละครึ่ง เช่น ถ้าเราจะเกิดอีก ๑๐๐ ชาติ ก็เหลือ ๕๐ ถ้าจะเกิด อีก ๒๐ ชาติ ก็เหลือ ๑๐”

อาจารย์ศุภรัตน์เคยอ่านหนังสือหลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน ท่านเคยเปรียบเทียบดังนี้ “ทำทานเหมือนกับไปด้วยถ่อ รักษาศีล ไปด้วยรถยนต์ ภาวนาก็ขี่เรือบินไปอาจถึงนิพพานในชาตินี้”

คนโบราณจึงกล่าวไว้ว่า “ใกล้ก็ไม่ใกล้ ไกลก็ไกล มองเห็นไวไว เป็นทิวลิบลิบ” ซึ่งเทียบได้กับนิพพานคือปลายจมูกนี่เอง
หลวงปู่กล่าวว่า “จะยากก็ไม่ใช่ จะง่ายก็ไม่เชิง ผู้ปฏิบัติพึงรู้เองเห็นเอง เพราะเป็นปัจจัตตัง”

ขอบคุณแหล่งที่มา : facebook:Kuntana Satterrawut , https://www.jitsook.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *